Last updated: 30 ธ.ค. 2568 | 37 จำนวนผู้เข้าชม |
บทความ: กระจกสำหรับอาคารและบ้านอยู่อาศัย
ดร.ศุภชัย ปัญญาวีร์ อ.ธิปพล ช้างแย้ม อ.ปฏิญญา จีระพรมงคล
บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด
ลงวันที่ 30 ธันวาคม 2568
บทนำ
กระจกไม่ได้เป็นเพียงวัสดุโปร่งแสงที่ใช้ปิดช่องเปิดในบ้านหรืออาคารเท่านั้น แต่ในปัจจุบัน กระจกกลายเป็นส่วนสำคัญในการออกแบบที่ส่งผลต่อทั้งความร้อน แสงสว่าง และการใช้พลังงานในอาคาร การเลือกใช้กระจกอย่างถูกต้องสามารถลดภาระของเครื่องปรับอากาศ เพิ่มแสงธรรมชาติ และทำให้บ้านน่าอยู่มากขึ้น
o บทบาทของกระจกต่อพลังงานในอาคาร
ความร้อนจากแสงอาทิตย์ (Solar Heat Gain): กระจกที่ไม่มีคุณสมบัติกันความร้อนจะปล่อยให้รังสีอินฟราเรดผ่านเข้ามา ทำให้บ้านร้อนและเพิ่มภาระของแอร์
แสงธรรมชาติ (Daylighting): กระจกที่มีค่าการส่องผ่านของแสงสูง (Visible Light Transmittance - VT) ช่วยให้ลดการเปิดไฟในเวลากลางวัน
ฉนวนกันความร้อน: กระจกบางชนิดสามารถลดการสูญเสียความเย็น/ความร้อนจากภายในอาคารได้
การสะท้อนความร้อนออกนอกอาคาร: กระจกสะท้อนความร้อน หรือ Low-E Glass ช่วยลดความร้อนจากภายนอก
o ประเภทของกระจกประหยัดพลังงานที่ควรรู้
o หลักเกณฑ์การเลือกกระจกตามทิศทาง
o ค่าทางเทคนิคที่ควรพิจารณา

o แนวทางการประยุกต์ใช้กระจกในบ้านอยู่อาศัย
ใช้กระจก Low-E ที่หันทางทิศร้อน เพื่อลดแอร์
บานกระจกสูงในทิศเหนือ ช่วยรับแสงแต่ไม่ร้อน
ใช้ฟิล์มกรองแสงร่วมกับม่าน/มูลี่ เพื่อลดความร้อนช่วงบ่าย
เลือกกรอบหน้าต่างที่ปิดสนิท เพื่อไม่ให้เกิดการรั่วไหลของอากาศ
สรุป
“กระจกที่ดี ไม่ได้ดูแค่ใสหรือสวย แต่ต้องช่วยให้บ้านเย็น ประหยัด และอยู่สบาย”
การเลือกกระจกอย่างชาญฉลาดสามารถช่วยให้บ้านหรืออาคารของคุณ
เย็นขึ้น โดยไม่ต้องพึ่งเครื่องปรับอากาศมากเกินไป
ประหยัดพลังงานและค่าไฟฟ้าในระยะยาว
เพิ่มคุณภาพชีวิตทั้งแสงสว่าง สุขภาวะ และความปลอดภัย
