ผลกระทบของก๊าซเรดอนในบ้านอยู่อาศัย ภัยเงียบที่มองไม่เห็น แต่เสี่ยงถึงชีวิต

Last updated: 31 มี.ค. 2569  |  10 จำนวนผู้เข้าชม  | 

ผลกระทบของก๊าซเรดอนในบ้านอยู่อาศัย ภัยเงียบที่มองไม่เห็น แต่เสี่ยงถึงชีวิต

บทความ “ผลกระทบของก๊าซเรดอนในบ้านอยู่อาศัย” ภัยเงียบที่มองไม่เห็น แต่เสี่ยงถึงชีวิต

ดร.ศุภชัย  ปัญญาวีร์  อ.กาญจนาวรรณ์  ปัญญาวีร์  อ.เกียรติศักดิ์  วงษ์ขันธ์
บริษัท เอ็นเนอร์ยี่ คอนเซอร์เวชั่น เทคโนโลยี่ จำกัด
ลงวันที่ 31 มีนาคม 2569
                                                                                                                                                               

ในขณะที่คนส่วนใหญ่มักให้ความสำคัญกับฝุ่น PM 2.5 หรือสารเคมีจากวัสดุก่อสร้างภายในบ้าน มีอีกหนึ่งภัยเงียบที่มักถูกมองข้าม นั่นคือ “ก๊าซเรดอน” (Radon) ก๊าซกัมมันตรังสีที่ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่มีรส และไม่สามารถรับรู้ได้ด้วยประสาทสัมผัสของมนุษย์ แต่สามารถสะสมอยู่ภายในบ้านของเราได้โดยไม่รู้ตัว และก่อให้เกิดโรคร้ายแรงในระยะยาว

ก๊าซเรดอนคืออะไร?

เรดอนเป็นก๊าซที่เกิดจากการสลายตัวตามธรรมชาติของธาตุยูเรเนียม ซึ่งมีอยู่ในดิน หิน และแร่ธาตุใต้พื้นดิน ก๊าซนี้สามารถแพร่เข้าสู่ตัวบ้านผ่านรอยร้าว พื้นคอนกรีต ช่องว่างรอบท่อ หรือแม้แต่น้ำใต้ดิน และเมื่อเรดอนสะสมอยู่ในอากาศภายในบ้านโดยเฉพาะในพื้นที่ปิด เช่น ห้องใต้ดินหรือห้องที่ไม่มีการระบายอากาศเพียงพอ ความเข้มข้นของมันจะเพิ่มขึ้นจนอาจก่ออันตรายต่อสุขภาพ

ผลกระทบต่อสุขภาพ

สิ่งที่น่ากังวลที่สุดเกี่ยวกับเรดอนคือ ความสามารถในการก่อมะเร็งปอด โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) และสำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมของสหรัฐฯ (US EPA) ยืนยันตรงกันว่า เรดอนเป็น สาเหตุอันดับสองของโรคมะเร็งปอด รองจากการสูบบุหรี่ และเป็นสาเหตุอันดับหนึ่งในกลุ่มผู้ที่ไม่สูบบุหรี่เลย

เมื่อเราดูดก๊าซเรดอนเข้าไปในร่างกาย ก๊าซจะสลายตัวและปล่อยอนุภาคอัลฟา ซึ่งสามารถทำลายเซลล์ในปอด ทำให้เซลล์เกิดการกลายพันธุ์ และกลายเป็นเซลล์มะเร็งได้ในระยะยาว โดยเฉพาะในกลุ่มเสี่ยง เช่น ผู้สูงอายุ เด็กเล็ก หรือผู้ที่ใช้เวลาอยู่ภายในบ้านนาน ๆ

เรดอนในประเทศไทย

แม้ว่าเรดอนจะเป็นปัญหาที่มีการพูดถึงมากในต่างประเทศ แต่ในประเทศไทยยังไม่ค่อยเป็นที่รู้จักนัก อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาของกรมวิทยาศาสตร์บริการและสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ พบว่า บ้านในบางพื้นที่ของประเทศไทย โดยเฉพาะในภาคเหนือ เช่น จังหวัดเชียงใหม่ ลำปาง และพิษณุโลก มีระดับเรดอนในอากาศสูงเกินค่ามาตรฐานที่องค์การอนามัยโลกแนะนำ

จะรู้ได้อย่างไรว่าบ้านของเรามีเรดอน?

เนื่องจากเรดอนไม่สามารถตรวจจับได้ด้วยประสาทสัมผัส การตรวจวัดด้วยอุปกรณ์เฉพาะจึงเป็นทางเดียวที่รู้ผลได้แน่ชัด ปัจจุบันมีอุปกรณ์ตรวจเรดอนทั้งแบบใช้งานง่ายสำหรับผู้บริโภค และแบบมืออาชีพที่ใช้ในงานวิจัย โดยผลการตรวจวัดจะบอกระดับเรดอนเป็นหน่วย “Bq/m³” ซึ่งระดับที่ปลอดภัยตามคำแนะนำของ WHO คือ ไม่ควรเกิน 100–300 Bq/m³

วิธีลดและป้องกันเรดอนในบ้าน
        ปรับปรุงการระบายอากาศ เปิดหน้าต่างให้ลมถ่ายเท หรือติดตั้งพัดลมดูดอากาศ
        อุดรอยรั่วพื้น/ผนัง โดยใช้วัสดุกันซึมคุณภาพสูง
        ติดตั้งระบบลดเรดอน (Sub-slab Depressurization) โดยดูดอากาศจากใต้พื้นบ้านออกนอกรั้ว
        วางแผนตั้งแต่การก่อสร้างบ้านใหม่ เช่น ปูแผ่นกันไอใต้พื้น เทพื้นให้มีแรงดันสูงกว่าใต้ดิน
 
บทสรุป

เรดอนอาจเป็นภัยที่มองไม่เห็น แต่ก็ไม่ใช่สิ่งที่เราควรมองข้าม ความรู้ ความตระหนัก และการตรวจวัดอย่างถูกวิธีคือเครื่องมือสำคัญในการลดความเสี่ยงต่อสุขภาพของคนในบ้าน เมื่อรู้ทันเรดอน เราก็สามารถป้องกันและอยู่ร่วมกับมันได้อย่างปลอดภัย

อ่านต่อได้ที่นี่



 

 

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้