การประหยัดพลังงานโดยการลดการสูญเสียความร้อนจากน้ำระบายความร้อนของเตาเผา (Furnace Cooling Water Heat Loss Reduction)

Last updated: 24 ก.ย. 2569  |  3 จำนวนผู้เข้าชม  | 

การประหยัดพลังงานโดยการลดการสูญเสียความร้อนจากน้ำระบายความร้อนของเตาเผา (Furnace Cooling Water Heat Loss Reduction)

บทความ: การประหยัดพลังงานโดยการลดการสูญเสียความร้อนจากน้ำระบายความร้อนของเตาเผา
           (Furnace Cooling Water Heat Loss Reduction)

ลงวันที่ 24 กันยายน 2569
                                                                                                                                                               
 
     เตาอุตสาหกรรมหลายประเภทจำเป็นต้องใช้น้ำระบายความร้อน หรือ Cooling Water เพื่อควบคุมอุณหภูมิของอุปกรณ์ที่สัมผัสกับความร้อนสูง เช่น ประตูเตา Burner, Skid Pipe, Support, Roller, Bearing และส่วนประกอบโครงสร้างบางส่วน เพื่อป้องกันความเสียหายและรักษาความปลอดภัยในการเดินเครื่องระหว่างการทำงาน น้ำหล่อเย็นจะรับความร้อนจากอุปกรณ์ ทำให้อุณหภูมิของน้ำสูงขึ้น หากน้ำร้อนดังกล่าวถูกส่งไปยัง Cooling Tower หรือระบายความร้อนออกสู่บรรยากาศโดยไม่ได้ใช้ประโยชน์ พลังงานที่ถูกดึงออกจากเตาจะกลายเป็น Cooling Water Heat Loss ดังนั้น แนวคิดสำคัญของการอนุรักษ์พลังงานคือ“ระบายความร้อนเท่าที่จำเป็นต่อความปลอดภัย และนำความร้อนที่สามารถใช้ประโยชน์ได้กลับมาใช้ใหม่”

ทำไมเตาจึงต้องใช้น้ำระบายความร้อน

     อุปกรณ์บางส่วนของเตาไม่สามารถทนอุณหภูมิสูงของกระบวนการได้โดยตรง จึงจำเป็นต้องใช้น้ำไหลผ่านเพื่อรักษาอุณหภูมิให้อยู่ในช่วงที่ปลอดภัย ซึ่งระบบโดยทั่วไปสามารถแสดงได้ดังนี้



     ความร้อนที่น้ำรับไปมาจากพลังงานที่ป้อนเข้าสู่เตา ดังนั้น หากระบบระบายความร้อนดึงความร้อนออกมากเกินความจำเป็น ย่อมทำให้เตาต้องใช้พลังงานเพิ่มเพื่อรักษาอุณหภูมิของกระบวนการ

จุดที่ควรตรวจสอบ

     การสำรวจควรเริ่มจากการระบุอุปกรณ์ทั้งหมดที่ใช้น้ำระบายความร้อน เช่น Furnace Door, Burner / Burner Assembly, Skid Pipe / Support, Roller, Bearing, Cooling Jacket, Water-Cooled Panel จากนั้นตรวจวัดอย่างน้อย 3 ตัวแปรสำคัญ ได้แก่ Cooling Water Flow Rate, Cooling Water Inlet Temperature, Cooling Water Outlet Temperature ซึ่งข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้สามารถคำนวณได้ว่าระบบน้ำกำลังนำความร้อนออกจากเตามากเพียงใด

การประเมินความร้อนที่สูญเสีย

     สามารถประเมินอัตราความร้อนที่ถูกนำออกไปกับน้ำได้จากสมการพื้นฐาน

          Q = ṁ × Cp × ΔT

     หรือ

          Q = ṁ × Cp × (Tout − Tin)

     โดยที่

     Q     = อัตราความร้อนที่น้ำรับไป
     ṁ     = อัตราการไหลเชิงมวลของน้ำ
     Cp    = ความร้อนจำเพาะของน้ำประมาณ Cp = 4.18 kJ/kg·°C
     Tin   = อุณหภูมิน้ำเข้า
     Tout  = อุณหภูมิน้ำออก

 ตรวจสอบว่า Cooling Water มากเกินความจำเป็นหรือไม่

     การลด Cooling Water ไม่ควรทำโดยพิจารณาเฉพาะเรื่องพลังงาน เพราะหน้าที่หลักของระบบคือป้องกันอุปกรณ์เสียหายจากความร้อน ดังนั้นควรตรวจสอบอุณหภูมิที่ผู้ผลิตกำหนด อุณหภูมิผิวอุปกรณ์ อุณหภูมิน้ำออก อัตราการไหลขั้นต่ำ และข้อกำหนดด้านความปลอดภัยก่อนปรับอัตราการไหล หากพบว่าใช้น้ำมากกว่าที่จำเป็น อาจพิจารณาปรับ Flow Rate ให้เหมาะสม แต่ต้องไม่ทำให้อุปกรณ์มีอุณหภูมิสูงเกินค่าที่อนุญาต

หลักการคือ ถ้า Cooling Water มากเกินไป จะดึงความร้อนจากเตามากขึ้น ทำให้Cooling Water Heat Loss เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ Furnace Heat Demand เพิ่มขึ้น ทำให้ Fuel Consumption เพิ่มขึ้น

ตรวจสอบการออกแบบส่วน Water-Cooled

     ในเตาบางประเภท พื้นที่ของอุปกรณ์ที่ใช้น้ำหล่อเย็นอาจมีขนาดใหญ่หรือสัมผัสกับบริเวณอุณหภูมิสูงโดยตรง ทำให้รับความร้อนจากเตาจำนวนมาก หากกระบวนการและการออกแบบอนุญาต สามารถพิจารณาลดพื้นที่ที่รับความร้อนโดยตรง หรือเพิ่มวัสดุทนไฟและฉนวนในตำแหน่งที่เหมาะสม เพื่อลดการถ่ายเทความร้อนเข้าสู่วงจร Cooling Water

     อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างส่วนที่ระบายความร้อนควรผ่านการตรวจสอบทางวิศวกรรมและข้อกำหนดของผู้ผลิตก่อนดำเนินการ

นำความร้อนจากน้ำร้อนกลับมาใช้

     มาตรการที่มีศักยภาพสูงคือ Heat Recovery แทนที่จะส่งน้ำร้อนจากเตาเข้าสู่ Cooling Tower โดยตรง สามารถพิจารณาติดตั้ง Heat Exchanger เพื่อถ่ายเทความร้อนให้กับกระบวนการที่ต้องการความร้อนระดับต่ำ

ความร้อนที่กู้คืนได้อาจนำไปใช้สำหรับ

   อุ่นน้ำใช้ในกระบวนการ

   อุ่น Make-up Water

   อุ่นน้ำล้าง

   อุ่นน้ำป้อนระบบความร้อน

   Preheat วัตถุดิบหรือของไหลอื่น

     การเลือกจุดใช้งานควรพิจารณาว่าความต้องการความร้อนเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดียวกับที่เตาทำงานหรือไม่

ลดภาระ Cooling Tower

     หากนำความร้อนจาก Cooling Water ไปใช้ก่อนส่งเข้าสู่ Cooling Tower ปริมาณความร้อนที่ Cooling Tower ต้องระบายออกจะลดลง ดังนั้น การนำความร้อนกลับมาใช้อาจให้ผลประหยัดมากกว่าการลดเชื้อเพลิงของเตาเพียงด้านเดียว

ปรับระบบปั๊มให้เหมาะสมกับภาระ

     ระบบ Cooling Water มักใช้ปั๊มหมุนเวียนน้ำตลอดเวลาที่เตาทำงาน หากอัตราการไหลที่ต้องการเปลี่ยนแปลงตาม Furnace Load แต่ปั๊มยังเดินเต็มกำลังตลอดเวลา อาจเกิดการใช้ไฟฟ้าเกินความจำเป็นในระบบที่เหมาะสมสามารถพิจารณาใช้ VSD ควบคุมรอบปั๊มตามความต้องการจริง เช่น จากอุณหภูมิน้ำออกหรือค่ากระบวนการที่ได้รับการออกแบบและกำหนดด้านความปลอดภัยอย่างเหมาะสม โดยต้องมี Minimum Flow และระบบ Interlock ที่เหมาะสมเพื่อป้องกันอุปกรณ์เสียหายหากการไหลของน้ำต่ำเกินไป

ตรวจ Scale และ Fouling

     ตะกรันและสิ่งสกปรกภายในท่อ Cooling Water ทำให้การถ่ายเทความร้อนและการไหลของน้ำเปลี่ยนแปลง รวมถึงอาจทำให้อุปกรณ์บางบริเวณมีอุณหภูมิสูงผิดปกติ ซึ่งควรตรวจสอบ Water Quality,
Scale, Fouling, Pipe Blockage, Flow Distribution และทำความสะอาดตามแผนบำรุงรักษา เพื่อรักษาความน่าเชื่อถือของระบบและหลีกเลี่ยงการเพิ่มอัตราการไหลเพื่อชดเชยปัญหาที่เกิดจากตะกรัน

ติดตาม Cooling Water Heat Loss

     โรงงานควรจัดทำจุดตรวจวัดของระบบอย่างเป็นระบบ โดยติดตาม Flow Rate, Tin, Tout, ΔT, Cooling Water Heat Load, Pump Power, Furnace Fuel Consumption, Production Rate จากนั้นสามารถคำนวณและติดตามแนวโน้ม Cooling Water Heat Loss (kWₜₕ) และเปรียบเทียบกับ Furnace Load หรือ Production Rate หาก Heat Loss เพิ่มขึ้นโดยที่ปริมาณการผลิตไม่เปลี่ยนแปลง ควรตรวจสอบว่ามีการเปลี่ยนแปลงของ Flow Rate, Refractory, Water-Cooled Component หรือสภาวะการเดินเตาหรือไม่

ตรวจวัดหลังการปรับปรุง

     หลังจากปรับ Flow Rate เพิ่มฉนวน นำความร้อนกลับมาใช้ หรือปรับระบบปั๊ม ควรตรวจวัดก่อนและหลังการปรับปรุงภายใต้สภาวะการผลิตที่ใกล้เคียงกัน โดยควรเปรียบเทียบ Cooling Water Flow, Tin / Tout, Heat Loss, Fuel Consumption, Pump Electricity, Production, Specific Energy Consumption โดยต้องตรวจสอบพร้อมกันว่าอุณหภูมิของอุปกรณ์ยังคงอยู่ในช่วงที่ปลอดภัยและไม่กระทบต่อ Reliability ของเตา

สรุป

     การสูญเสียความร้อนจากน้ำระบายความร้อนของเตาเป็นการสูญเสียที่มักถูกมองข้าม เพราะ Cooling Water มีหน้าที่สำคัญด้านความปลอดภัยของอุปกรณ์ แต่ในมุมมองด้านพลังงาน น้ำที่มีอุณหภูมิสูงขึ้นแสดงว่าพลังงานส่วนหนึ่งจากเตาถูกนำออกจากกระบวนการ

แนวทางการจัดการสามารถสรุปได้ดังนี้




 

     หัวใจสำคัญคือ “Cooling Water ต้องระบายความร้อนเพียงพอสำหรับความปลอดภัยของอุปกรณ์ แต่ไม่ควรนำพลังงานออกจากเตามากเกินความจำเป็น และความร้อนที่นำออกมาแล้วควรถูกพิจารณานำกลับมาใช้ก่อนปล่อยทิ้ง”

     การบริหาร Cooling Water อย่างเหมาะสมจึงสามารถช่วยลดการใช้เชื้อเพลิง ลดภาระ Cooling Tower ลดการใช้ไฟฟ้าของปั๊มและพัดลม รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพพลังงานโดยรวมของเตาอุตสาหกรรมได้อย่างมีประสิทธิผล

อ่านต่อได้ที่นี่

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้